Ask me anything   Submit   www.jatuporn.ucoz.com

เส้นทางชีวิตครูผู้ช่วย:รายงานตัววันแรก อ.แม่สอด จ.ตากไม่ได้อยากโอ้อวดอะไรให้ใครอิจฉาหรอกนะค่ะ  
แค่อยากจะบันทึกความทรงจำ ครั้งหนึ่งว่าเราเคยทำได้…View Post

เส้นทางชีวิตครูผู้ช่วย:รายงานตัววันแรก อ.แม่สอด จ.ตาก

ไม่ได้อยากโอ้อวดอะไรให้ใครอิจฉาหรอกนะค่ะ 

แค่อยากจะบันทึกความทรงจำ ครั้งหนึ่งว่าเราเคยทำได้…

View Post

— 7 months ago

อัญมณีประจำวันเกิด พร้อมคู่มือการใช้สี
อัญมณีประจำวันเกิด พร้อมคู่มือการใช้สี article

 image

คู่มือการใช้สีและอัญมณีตามวันเกิด
เพื่อสร้างสิริมงคลและเสริมบารมี

image



อัญมณีประจำวันเกิด พร้อมคู่มือการใช้สี
— 7 months ago

สวมแหวนเสริมดวงตามวันเกิด

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ ผู้หญิงให้สวมแหวนมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมแหวนมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำจากทองแท้ เงินแท้หรือหยก ถึงจะส่งพลังดีๆ ออกมาคุ้มครอง ในการสวมแหวน หากเป็นผู้ชายให้เน้นไปที่นิ้วกลาง และนิ้วชี้ อันหมายถึงพลังอำนาจการปกครอง และวาสนาบารมี

แต่หากจะสวมแหวนที่นิ้วหัวแม่มือก็ขอให้ดูตัวเองก่อน เพราะการสวมที่หัวแม่มือนั้น ต้องเป็นผู้มีเงินทองแบบหลงจู๊อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเกินวาสนาตน ส่วนผู้หญิงก็ให้สวมมือซ้ายนิ้วนาง หรือนิ้วกลาง ก็จะเสริมพลังของตัวเองให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ในการสวมแหวนหลายวงในนิ้วเดียวกันนั้นไม่ควรทำ จะทำให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องของความรักได้ง่ายๆ


ผู้ที่เกิดวันจันทร์

ท่านที่เกิดวันจันทร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยทองคำ เงิน นาค โลหะผสม หรือหินสีต่างๆ ก็ได้ แต่ควรเป็นแหวนที่วงค่อนข้างผอม บาง หัวแหวนเล็กๆ จึงจะสอดคล้องกับผู้ที่เกิดในวันจันทร์ ผู้ชายควรสวมแหวนเน้นไปที่นิ้วชี้ นิ้วนาง นิ้วกลาง ก็จะเสริมดวงและคุ้มครอง

ห้ามสวมแหวนนิ้วก้อยและนิ้วหัวแม่มือเด็ดขาด ส่วนผู้หญิงก็ให้สวมที่นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรือง สร้างพลังแห่งเมตตามหานิยมแก่เจ้าของ ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือ สามารถสวมแหวนซ้อนกันสองวงได้ แต่ถ้าเป็นสามวงซ้อนในนิ้วเดียวกันไม่ควรอย่างยิ่ง จะทำให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องของความรักได้ง่ายๆ


ผู้ที่เกิดวันอังคาร

ท่านที่เกิดวันอังคาร ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมนิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นของที่แตกหักได้ ตัวแหวนควรค่อนข้างหนาสักหน่อยจึงจะดี หัวแหวนควรใหญ่เช่นกัน ก็จะสามารถเหนี่ยวนำความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมไว้ที่นิ้วกลาง นิ้วชี้ ก็จะคุ้มครองผู้สวมใส่

ไม่ควรสวมแหวนนิ้วนางหรือนิ้วก้อย จะทำให้ไม่มีพลัง ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วกลาง นิ้วชี้ และนิ้วนางเท่านั้น ก็จะส่งพลังคุ้มครองในทุกเรื่องไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อยจะทำให้เสียพลังที่ เข้มแข็ง ที่สำคัญการสวมแหวนซ้อนกันหลายวงในนิ้วเดียวกันสามารถทำได้ ไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียหรือมีผลใดๆ ในเรื่องของความรัก


ผู้ที่เกิดวันพุธ

ท่านที่เกิดวันพุธ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทอง เงินหรือหยก ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว ไม่ควรหนาหรือบางจนเกินไป หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ หรือทำเป็นรูปเหลี่ยมๆ จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชายควรสวมแหวนไว้ที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้ยังสามารถสวมแหวนหลายวงหลายนิ้วพร้อมกันได้ หรือจะซ้อนในนิ้วเดียวกันหลายวงก็ได้ ไม่ทำให้เกิดผลเสียในเรื่องของความรักอย่างแน่นอน


ผู้ที่เกิดวันพฤหัส

ท่านที่เกิดวันพฤหัส ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงิน หรือทองคำขาว ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีประกายส่องสว่าง ถึงจะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง ก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนนิ้วก้อย ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวง จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก


ผู้ที่เกิดวันศุกร์

ท่านที่เกิดวันศุกร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงิน หรือทำจากหิน ตัวแหวนควรมีลักษณะเป็นแฟชั่นหยักๆ หรือเป็นคลื่น หัวแหวนควรมีสีสัน หรือเป็นแหวนหลายหัวก็ได้ จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง หรือนิ้วก้อย หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน ส่วนผู้หญิงสามารถสวมแหวนนิ้วไหนก็ได้ในทุกนิ้ว จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง แต่การสวมแหวนซ้อนกันมากจนเกินไป จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก หรือจะกลายเป็นคนที่รักอิสระจนเกินกว่าจะควบคุมได้


ผู้ที่เกิดวันเสาร์

ท่านที่เกิดวันเสาร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงิน หรือหิน ตัวแหวนควรมีความพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีสีค่อนข้างเข้ม จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อย หรือนิ้วนาง จะเสียพลังในการคุ้มครอง ส่วนผู้หญิง ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวง จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก


ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail



สวมแหวนเสริมดวงตามวันเกิด
— 7 months ago

8 ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย

8 ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย

ในปัจจุบันมีคำทับศัพท์ภาษาอังก

ฤษที่คนไทยใช้กันจนติดปากอยู่มากมาย แต่คุณเคยรู้ไหมว่ามีบางคำที่ฝรั่งเค้าไม่ได้ใช้อย่างที่เราพูดกันติดปาก วันนี้จึงเสนอคำศัพท์สัก 8 ตัวอย่างที่คนไทยมักใช้อย่างผิดๆ จนติดเป็นนิสัยพร้อมทั้งคำที่ถูกต้องซึ่งคุณควรนำไปใช้เวลาคุยกับฝรั่ง พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

1.อินเทรนด์ (in trend) คำนี้อินเทรนด์มากๆ เอ๊ย…ฮิตมากๆ ในปัจจุบัน สามารถได้ยินตามรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ทั่วไป เพราะใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เช่น เด็กสมัยนี้ถ้าจะให้อินเทรนด์ต้องตาม แฟชั่นเกาหลี ซึ่งบางทีเวลาคุณต้องการพูดว่า “มันทันสมัย” คุณอาจจะติดปากว่า “It is in trend.” คำว่า “ทันสมัย” ฝรั่งเค้าไม่ใช้คำว่า “in trend” อย่างคนไทยเค้าจะใช้คำว่า “trendy” หรือ “fashionable” ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่คุณสามารถวาง ไว้หน้าคำนามที่ต้องการขยาย เช่น a trendy haircut ทรงผมที่ทันสมัย, a fashionable restaurant ร้านอาหารที่ทันสมัย หรือจะไว้หลัง verb to be เช่น It is trendy. หรือ It is fashionable. ก็ได้

2.เว่อร์(over) เช่น เธอคนนั้นทำอะไรเว่อร์ๆ She is over. ไม่มีความหมายแต่อย่างใดในภาษาอังกฤษ ฝรั่งที่ได้ยินคุณพูดเช่นนี้ คงมึนตึบ พร้อมทำสีหน้างงว่ามันหมายถึงอะไรเหรอ? พูดถึงคำนี้ คนไทยน่าจะหมายถึงการพูดเกินจริงหรือทำเกินจริง ซึ่งถ้าพูดเกินจริง ควรจะใช้คำศัพท์ที่ว่า “exaggerate” เป็นคำกิริยา อ่านว่า เอก-แซ้ก-เจ่อ-เรท ตัวอย่างเช่น

“He said you walked 30 miles.” เค้าบอกว่าคุณเดินตั้ง 30 ไมล์
“No - he’s exaggerating. It was only about 15.” ไม่หรอก เค้าพูดเว่อร์ (เกินจริง) มันก็แค่ 15 ไมล์เอง

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า เธอพูดเว่อร์น่ะ ก็บอกว่า You’re exaggerating. หรือจะบอกเค้าว่า อย่าพูดเว่อร์ๆ น่ะ อาจใช้ว่า Don’t exaggerate. ส่วนอาการเว่อร์อีกแบบคือการทำเกินจริง เราจะใช้คำกิริยาที่ว่า “overact” เช่น You’re overacting. เธอทำเว่อร์เกิน (แสดงอารมณ์เกินจริง)

3.ดูหนัง soundtrack เวลาคุณจะบอกใครว่า ฉันต้องการดูหนังฝรั่งที่พากย์ภาษา อังกฤษ อย่าพูดว่า “I want to watch a soundtrack film.” แต่ควรจะใช้ว่า “I want to watch an English film.” เพราะความหมายของคำว่า “soundtrack” คือ ดนตรีที่อยู่ในภาพยนตร์ ต่างหาก

ถ้าเราจะพูดถึงหนังฝรั่งที่พากย์เสี ยงภาษาไทย เราต้องบอกว่า “I want to watch an English film that is dubbed into Thai.” เพราะคำกิริยาว่า “dub” คือพากย์เสียงจากต้นแบบในหนังหรือรายการโทรทัศน์ไปเป็นภาษาอื่น ส่วนหนังที่มีคำบรรยายใต้ภาพเราเรียก ว่า “a subtitled film” ซึ่งคำบรรยายที่อยู่ใต้ภาพ เราเรียกว่า “subtitles” (ต้องมี s ต่อท้ายเสมอนะครับ) เช่น a French film with English subtitles หนังฝรั่งเศสที่มีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาอังกฤษ

หนังบางเรื่องจะมีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาเดียวกับที่นักแสดงพูด เรามีศัพท์เรียกเฉพาะว่า “closed-captioned films/คำหวงห้าม/television programs” หรือ อาจเขียนย่อๆ ว่า “CC” เช่น You should watch a closed-captioned film to improve your English. คุณควรจะดูหนังฝรั่งที่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ

4.นักศึกษาปี 1 คนไทยมักเรียกว่า “freshy” ซึ่งฝรั่งไม่รู้เรื่องเพราะไม่มีการบัญญัติศัพท์คำนี้ในภาษาอังกฤษ เค้าจะใช้คำว่า “fresher” หรือ “freshman” เช่น He is a fresher. หรือ He is a freshman. หรือ He is a first-year student. เขาเป็นนักศึกษาปี 1 ส่วนปีอื่นๆ คนไทยเรียกถูกแล้วครับ คือ ปี 2 เราเรียก a sophomore, ปี 3 เรียกว่า a junior และ ปี 4 เรียกว่า a senior

5.อัดหรือบันทึก คนไทยมักพูดทับศัพท์ว่า เร็คคอร์ด (record) คำๆ นี้สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำกิริยา เพียงแค่เปลี่ยนตำแหน่ง stress กล่าวคือ ถ้าจะใช้เป็นคำนามที่แปลว่า แผ่นเสียงหรือสถิติ ให้ขึ้นเสียงสูงที่พยางค์แรก คือ “เร็ค-คอร์ด” เช่น He wants to buy a record. เขาต้องการซื้อแผ่นเสียง, I broke my own record. ฉันทำลายสถิติของฉันเอง แต่ถ้าคุณจะหมายถึงคำกิริยาที่แปลว่า อัดหรือบันทึก ต้อง stress พยางค์หลัง ซึ่งจะอ่านว่า “รี-คอร์ด” เช่น I’ll record the film and we can all watch it later. ฉันจะอัดหนัง เราจะได้เก็บไว้ดูทีหลังได้ ส่วนเครื่องบันทึก เราเรียกว่า “recorder” อ่านว่า รี-คอร์-เดอร์

6.ต่างคนต่างจ่าย เรามักใช้ American share รับรองว่าฝรั่ง(ต่อให้เป็นชาวอเมริกันด้วยครับ) ได้ยินแล้ว งงแน่นอน ถ้าคุณจะหมายถึงต่างคนต่างจ่ายให้ใช้ว่า “Let’s go Dutch.” หรือ “Go Dutch (with somebody).” อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นธรรมเนียมของชาวดัตช์หรือเปล่า? ที่ต่างคนต่างจ่ายเลยมีสำนวนอย่างนี้ หรือคุณอาจจะบอกตรงๆ เลยว่า “You pay for yourself.” คือเป็นอันรู้กันว่าต่างคนต่างจ่าย แต่ถ้าคุณต้องการเป็นเจ้ามือ(ไม่ใช่เล่นไพ่นะคะ)เลี้ยงมื้อนี้เอง คุณควรพูดว่า “It’s my treat this time.” หรือ “My treat.” หรือ “It’s on me.” หรือ “All is on me.” หรือ “I’ll pay for you this time.” ทั้งหมดแปลว่า มื้อนี้ฉันจ่ายเอง ส่วนถ้าจะบอกเพื่อนว่า คราวหน้าแกค่อยเลี้ยงฉันคืน ให้บอกว่า “It’s your treat next time.”

7.ขอฉันแจม (jam) ด้วยคน ในกรณีนี้คำว่า “แจม” น่าจะหมายถึง “ร่วมด้วย” เช่น We are going to eat outside. Do you want to jam? เรากำลังจะออกไปกินข้าวข้างนอก เธอจะไปด้วยมั้ย? ในภาษาอังกฤษไม่ใช้คำว่า jam ในกรณีแบบนี้ ซึ่งควรจะใช้ว่า “Do you want to join us?”, “Do you want to come with us?” หรือ “Do you want to come along?” จะดีกว่า

8.เขามีแบ็ค (back) ดี “He has a good back.” ฝรั่งคงงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับข้างหลังของเค้า เพราะ back แปลว่า หลัง (อวัยวะ) แต่คุณกำลังจะพูดถึงมีคนคอยสนับสนุน ซึ่งต้องใช้ “a backup” ซึ่งหมายถึง คนหรือสิ่งของที่ช่วยสนับสนุน ช่วยเหลือ เกื้อกูล เป็นกำลังใจให้

นี่เป็นเพียงแค่ 8 คำเบื้องต้นที่นำมาฝากเพื่อนๆ ซึ่งในชีวิตประจำวันยังมีคำอีกมากมายที่ยังถูกใช้แบบผิดๆ โอกาสหน้า แอดมิน จะนำมาฝากกันใหม่

ขอบคุณที่มา https://www.facebook.com/thaiuk.rattanasuree?ref=stream



8 ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย
— 11 months ago

คำกลอน และคำอวยพร วันแม่ ให้แม่ 2

คำกลอน และคำอวยพร วันแม่ ให้แม่ 2


คำอวยพรวันแม่

ให้แม่มีรอยยิ้มสดชื่น

ยั่งยืนอายุสังขาร

อยู่เป็นร่มโพธิ์โอฬาร

ลูกหลานได้อุ่นตักพักพิง


คำอวยพรวันแม่

ลูกขอน้อมตั้งจิต อธิฐานดล

บัลดาลแม่หายเหนื่อย ด้วยเถิดหนา

โปรดประทานพรให้แม่ สบายอุรา

โอ้แม่จ๋าลูกรักแม่ ที่สุดเลย



มากกว่าคำว่า Mother


M – O – T – H – E – R


"M” is for the million things she gave me, ("เอ็ม” หมายถึง ล้านสิ่งที่แม่มอบให้)


"O” means only that she’s growing old, ("โอ” หมายถึง แม่กำลังแก่ตัวลงไปทุกวัน)


"T” is for the tears she shed to save me, ("ที” หมายถึง น้ำตาที่แม่เสียไปเพื่อช่วยชีวิตฉัน)


"H” is for her heart of purest gold, ("เอช” หมายถึง หัวใจของแม่ที่เปรียบดั่งทองที่บริสุทธิ์ที่สุด)


"E” is for her eyes, with love-light shining, ("อี” หมายถึง ตาคู่นั้นที่มีแววตาแห่งความรักส่งออกมาตลอดเวลา)


"R” means right, and right she’ll always be, ("อาร์” หมายถึง ความถูกต้อง และแน่นอนที่สุดแม่มักจะถูกเสมอ)


Put them all together, they spell “MOTHER,” (เมื่อเอาทุกตัวอักษรมารวมกัน มันสะกดเป็นคำว่า “แม่”)


A word that means the world to me. (คำที่มีความหมายมากที่สุดในโลกสำหรับฉัน)


= = = = = = = = = = = = = = = = == = = = = = = = == = = = = == = = = =


1. Long live mom, please be with be forever, I love you :)


ขอให้อายุยืนนะครับแม่ ได้โปรดอยู่กับผมตลอดไป ผมรักแม่ครับ


2. I miss you, wanna go back home to hug you, kiss you Love you mom!!!


คิดถึงแม่ อยากกลับบ้านนอกไปกอดแม่ หอมแม่ รักแม่อ่ะ


3. Mom, you are the best!  xxxxx


แม่ครับ แม่คือที่สุดของผม จุ๊บ


4. I love you mom with all my heart and soul.


รักแม่ทั้งหัวใจและจิตวิญญาณ


5. I love you, hope you have fun every day.


รักแม่นะครับ ขอให้แม่ร่าเริง มีแต่ความสุขสนานทุกๆวัน


6. I love you more than you love me.


ผมรักแม่มากกว่าที่แม่รักผมซะอีก


7. Thank you for everything you have given to me, mom


ขอบคุณสำหรับทุกๆสิ่งที่มอบให้ผมนะครับ แม่


8. Happy mother’s day. you will never know how much I love you


สุขสันต์วันแม่ครับ แม่ไม่รู้หรอกว่ารักแม่แค่ไหน


9. You never know how special you are to me.


แม่ไม่รู้หรอกว่าแม่สำคัญกับผมแค่ไหน


10. Mom, you are the best mom I have ever known and I will keep saying this :)


แม่ครับ แม่เป็นแม่ที่ดีที่สุดเลยนะ


11. I have a great mom!! Love you


ผมมีแม่ที่เจ๋งสุดๆ รักแม่


12. I love you mom, a lot!!


ผมรักแม่นะครับ มากๆด้วย


13. I miss you mommy, and love you too!


ผมคิดถึงแม่และรักด้วย


14. I really love you mom!!


ผมรักแม่จริงๆนะ


15. You have always been a giver (แม่เป็นผู้ให้เสมอ)


A heart so kind, I love you (หัวใจที่มีแต่ความดีงามและหวังดี รักแม่ครับ)


16. Wishing you healthy and wealthy, I’m so glad to have you. Love you mom


ขอให้แม่สุขภาพดี มีเงินทองใช้จ่าย ผมดีใจที่มีแม่นะครับ รักแม่ครับ


17. Wishing you all the love and happiness you so richly deserve.


อวยพรแม่พบเจอแต่ความรักและความสุขครับ


18. My mommy is as nice as a sweet (แม่ผมน่ารักเหมือนลูกกวาด)


She is as pretty as a flower (เธอสวยอย่างกับดอกไม้)


She is as wise as an owl (เธอฉลาดอย่างกับนกฮูก)


She is as fast as a cheetah (เธอว่องไวอย่างกับเสือชีต้า)


She can dance like the wind and can sing a little (เธอเต้นพริ้วดั่งสายลม ร้องเพลงได้นิดหน่อย)


But one thing is for sure (แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุด)


I love her and I always will :) (ผมรักแม่และจะเป็นแบบนี้ตลอดไปครับ)


ขอขอบคุณเครดิต : คุณ Thanawat Boonyalertroj


ขอขอบคุณที่มา : http://timemykung.blogspot.com/2012/08/23-mothers-day-wishes.html


=================================================================


1. Thank you for teaching me right from wrong. I love you Mom. Happy Mother’s Day


(ขอบคุณคุณแม่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่สอนลูกที่ทำให้รู้ถึงความผิดชอบชั่วดี สุขสันวันแม่นะครับ/คะ)


2. Thank you for giving me time to find myself. I love you Mom. Happy Mother’s Day


(ขอบคุณมากครับ/ค่ะ คุณแม่ที่ทำให้ผม/หนู ได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของผม/หนู สุขสันต์วันแม่ครับ/ค่ะ)


3. Thank you for giving me so much love all these years I love you Mom Happy Mother’s Day


(ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้มาทั้งปีนะคะ/ครับ รักคุณแม่ค่ะ/ครับ สุขสันต์วันแม่นะคะ/ครับ)


4. To a wonderful Mom and a very special friend to me. Happy Mother’s Day


(แด่คุณแม่ที่แสนดีและคุณแม่ที่สุดวิเศษของหนู/ผม สุขสันต์วันแม่ค่ะ/ครับ)


5. Thank you for always giving me a second chance. I love you Mom. Happy Mother’s Day


(ขอบคุณที่ให้โอกาสผม/หนู เสมอ รักคุณแม่ครับ/ค่ะ สุขสันต์วันแม่ครับ/ค่ะ)


6. What a perfect gift you are to me. Happy Mother’s Day


(แม่คือของขวัญอันสุดวิเศษของผม/หนู สุขสันต์วันแม่ครับ/ค่ะ)


7. May you always remember. Someone love you very-very much. Happy Mother’s Day


(อยากให้รู้เสมอว่ายังมีใครอีกคนที่รักแม่เสมอนะครับ/คะ สุขสันต์วันแม่ครับ/ค่ะ)           


=================================================================

1. To my first and favorite teacher! Happy Mother’s Day


(แด่คุณครูคนโปรดคนแรกของลูก สุขสันต์วันแม่)


To….Mom (แด่ คุณแม่)


2. Thank you for…. (ขอบคุณสำหรับ….)


Ears that always listen (หูที่คอยรับฟังทุกอย่างอยู่เสมอ)


Arms that always hold (อ้อมแขนที่พร้อมจะโอบกอด)


Love that never ending (ความรักที่มิเคยหมดสิ้น)


And the heart that full of gold (และหัวใจที่ยิ่งใหญ่ดั่งทองคำ)


Happy Mother’s Day (สุขสันต์วันแม่)


3. To….Mom! (ถึง คุณแม่)


May you always remember, Someone love you very-very much. (อยากให้แม่รู้ไว้เสมอ ว่ายังมีใครอีกคนหนึ่ง ที่รักแม่มาก)


4. To….Mom!


What a perfect gift you are to me


Happy Mother’s Day


แม่จ๋า….


แม่คือของขวัญที่สมบูรณ์พร้อมที่สุดสำหรับลูก


สุขสันต์วันแม่



ของขวัญจากลูก


สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง กลอนวันแม่)


มะลิหอมน้อมวางข้างข้างตัก

กรุ่นกลิ่น “รัก” บริสุทธิ์ผุดผ่องใส

แทนทุกคำทุกถ้อยร้อยจากใจ

เป็นมาลัย “กราบแม่” พร้อมน้อมบูชา


กี่พระคุณจากใครอื่นนับหมื่นแสน

อาจทนแทนเปรยเปรียบเทียบคุณค่า

แต่พระคุณ”หนึ่งหยดน้ำนมมารดา”ทั้งสามภพจบหล้า…หาเทียมทัน


ลูกไม่อาจเอ่ยแสดงแถลงถ้อย

หรือเรียงร้อยพจนามาเสกสรรค์

เพื่อบรรยายพระคุณนี้ที่ “อนันต์”

จึงตั้งมั่น “กตัญญุตา” ตลอดไป


หนึ่งคำ “รัก” ลูกรักแม่ แม้ค่าน้อย

ต่างเพชรพลอย ตีราคาค่ามิได้

แต่แม่จ๋า… “รักที่หนึ่ง” ของหัวใจ

มิใช่ใคร “ลูก รัก แม่” แน่นิรันดร์



———————————————————————————————




แม่…หญิงยอดคน


สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง กลอนวันแม่)


กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก

บรรจงถักคำหวานผ่านอักษร

แทน”มาลามะลิ”สวย…ด้วยบทกลอน

กราบ “มารดร” ด้วยรักมั่น “กตัญญุตา”


หากค้นหาความรักจากทุกภพ

หลอมบรรจบเป็นรักที่มากค่า

"รักของแม่" แม้ล้านคำพร่ำพรรณนา

มิอาจหาเปรยเปรียบเทียบทดแทน


ลูกกี่คน… “แม่” เลี้ยง-รัก…ไม่พัก-ผ่อน

ถึงเดือดร้อน…เหนื่อยยากลำบากแสน

ให้ลูกอิ่ม…แม้อัตคัดจนขาดแคลน

จะแร้นแค้น…ซูบเพียงกาย…รักไม่จาง


ชีวิตลูกที่ดำเนินเดินถูกต้อง

เพราะแม่ประคับประคองไม่เหินห่าง

ยามลูกเดินหลงทิศ…ผิดเส้นทาง

แม่คือเทียนส่องสว่าง…กลางดวงใจ


แม่จ๋า…แม่พร่ำสอน…คือพรประเสริฐ

เป็น “พร” เลิศผ่องพิสุทธิ์ดุจแก้วใส

ด้วยไม่มีเคลือบแคลงแฝงเภทภัย

ลูกจดจำ…รำลึกไว้…ใช้เตือนตน


กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก

บรรจงถักเป็น”สร้อยคำ”…ที่งามล้น

สื่ออักษรกลอน “รัก” จากกมล

บูชา “แม่”…”หญิงยอดคน”…หนึ่งในใจ



———————————————————————————————



อุ่นไอรัก…จากแม่


สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง กลอนวันแม่)



กลิ่นความรักหอมนวลอวลไออุ่น

มือละมุนเนียนนุ่มอุ้มโอบขวัญ

ทะนุถนอมตระกรองกอดยอดชีวัน

ประครองป้องผองภยันอันตราย


กี่สิบถ้อยร้อยคำรำพันพรอด

ที่ถ่ายทอด “คำรัก” หลากความหมาย

กี่เปรียบเปรยสรรหามาบรรยาย

ฤาเทียบสายใยรักจาก…มารดา


ครั้งที่ลูกยังเป็นเด็ก เล็กเล็กอยู่

แม่คือ “ครู” สอนอ่านเขียนเรียนภาษา

ให้คำเตือน…เสมือนแสงแห่งปัญญา

ให้วิชาคือ “รู้คิด” ที่ติดตน


ยามลูกเหนื่อยอนาทรแสนอ่อนล้า

ต้องการคำปรึกษาหาเหตุผล

แล้วหันมองรอบกาย…คล้ายมืดมน

ยังพบคนหนึ่ง…คือแม่…คอยแลมอง


แม่จ๋า…แม่คือยอดสตรีที่ประเสริฐ

แม่…เลอเลิศหนึ่งในใจไม่เป็นสอง

แม่…สูงค่ากว่าหยาดเพชรเกร็ดสีทอง

เกินยกย่องด้วยล้านคำ…พร่ำพรรณนา


หอมกลิ่นความรักนวลอวลไออุ่น

ระลึกคุณ แม่โอบอุ้มคุ้มเกศา

มือของลูกจึงเรียงร้อยถ้อยวาจา

เป็นมาลาหอม “รัก” กราบจากใจ


———————————————————————————————



"มาลัยอักษรา" บูชาแม่


สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง กลอนวันแม่)



โอ้ละเห่-ฟูมฟัก…ด้วยรักเจ้า

เมื่อยามเยาว์แม่ถนอมกล่อมจอมขวัญ

เอื้ออาทร-ร้อนร้าย แม่คลายพลัน

ภัยกางกั้นแม่กล้าฟันฝ่าไป


หวังเพียงแค่ “คนดี” ที่แม่รัก

จะมีหลักอนาคตที่สดใส

ยอมลำบากยากเย็นทุกข์เข็ญใจ

ด้วยสายใยรักแน่น ไม่แคลนคลอน


แม่จ๋า…ล้านความรักจากใครเขา

หลอมรวมเข้าอาจแกร่งยิ่งดั่งสิงขร

แต่… “รัก” หญิงที่ขนานนาม “มารดร”

แกร่งแน่นอน..กว่าสิ่งใดในโลกา


แม่จ๋า…แม่คือหญิงที่ยิ่งใหญ่

เหนือเทพไท้ ทั้งสามภพจบทั่วหล้า

พระคุณล้นเกินรำพันจำนรรจา

พรรณนาเทียบได้…ไม่เพียงพอ


จะหาทิพย์จากสวรรค์ ณ ชั้นสรวง

กรองเป็นพวงแทนพลอย…ทำสร้อยศอ

หรือหยิบดาวพราวฟ้ามาทักทอ

แทนป่านปอ….เป็นของขวัญ…นั้นด้อยไป


โอ้ละเห่..ที่ฟูมฟัก “ลูกรักแม่”

สัญญาแน่..เป็นคนดีมิเผลอไผล

เพื่อทดแทนคุณความรัก…จากดวงใจ

กราบด้วย “มาลัยอักษรา” บูชาเอย


 ขอขอบคุณบทกลอนวันแม่จาก คุณสัจจาภรณ์ ไวจรรยา (บทกลอนที่นำมาเสนอได้รับอนุญาติจากผู้แต่งแล้ว)




 ———————————————————————————————


กลอนความรักของแม่


รัก คำไหนยิ่งใหญ่กว่ารักแม่


รัก จริงแท้จะหาไหนไม่มีเหมือน


รัก ของแม่จริงใจไม่บิดเบือน


รัก ของแม่คอยเตือนให้ลูกดี


แม่ คำนี้มีค่าเกินกว่าพูด


แม่ เปรียบฑูตเชื่อมความรักเชื่อมศักดิ์ศรี


แม่ อบรมบ่มนิสัยให้ลูกดี


แม่ คำนี้ลูกรักจะตอบแทน


กลอนวันแม่ จากคุณ : kokochun (สมาชิกสนุก!)


———————————————————————————————


คุณแม่ที่แสนดี


 คำว่ารัก ที่ประจักษ์ คือรักแม่


รักแน่แท้ ไม่มีแปร และเปลี่ยนผัน


คอยเลี้ยงลูก คอยดูแล อยู่ทุกวัน


แต่ลูกนั้น ก็ยังทำ แม่เสียใจ


แม่ส่งเรียน ด้วยความเพียร หวังเรียนจบ


กลับไปหลบ อยู่ที่ไหน ใครไม่เห็น


ถึงตอนเช้า ไม่เข้าเรียน จนถึงเย็น


สุดลำเค็ญ น้ำตาแม่ คอยแลทาง


ถึงวันนี้ ลูกคนนี้ ขอไถ่โทษ


แม่ไม่โกรธ แม่ไม่ว่า น้ำตาไหล


ลูกที่เลว ขอทำดี ให้ภูมิใจ


แต่สุดท้าย ลูกคนนี้ รักแม่เอย


 กลอนวันแม่ จากคุณ : Ooaaeynanajung (สมาชิกสนุก!)


———————————————————————————————


กลอน ถ้าไม่ใช่ “แม่” นั้นไซร้จะเป็นใคร


ใครหนอใครกันที่ทำให้เราเกิดมา


ใครกันหนาที่เลี้ยงเรามาจนถึงเพียงนี้


ใครหนอใครกันที่ยอมเราเสียทุกที


ทั้งเตือนทั้งตีจนเราเป็นคนได้เพราะใครกัน


ใครหนอใครกันทุ่มเททำงานอาบเหงื่อ


ไม่เคยท้อไม่เคยเบื่อไม่อะไรทั้งนั้น


ใครหนอใครกันที่จะทนบากบั่น


ถ้าไม่ใช่ “แม่” นั้นไซร้จะเป็นใคร


แม่เลี้ยงเรารักเราไม่เคยทิ้ง


รักปานบูชาขึ้นหิ้งรักเพียงไหน


รักยิ่งใหญ่รักมากกว่าสิ่งอื่นใด


รักปานดวงใจมีให้ลูกตลอดมา


ในอกทรวงลูกนั้นยังมีแม่


จะดูแลยามแม่ต้องการหา


จะทุ่มเทแรงกายทั้งกายา


แทนคุณค่าที่แม่ให้ลูกเอย


กลอนวันแม่ จากคุณ : Fo2eVe2 (สมาชิกสนุก!)


 ———————————————————————————————


 เทอดพระคุณแม่


 พระเอ๋ยพระคุณแม่


มากมายแท้เกินคำพร่ำขานได้


ทุกสิ่งอย่างกินอยู่แม่รู้ใจ


จนเติบใหญ่ยังห่วงสุขทุกเวลา


หยิบ”อักษร”ร้อย”สระ”ต่าง”มะลิ”


ตั้งสติบรรจงร้อยถ้อยคำว่า


"ลูกเทอดแม่มากกว่าใครในโลกา"


ฝากลมมากราบตัก “รักแม่เอย”


(เปิดอ่านแล้วกรุณาให้คำแนะนำด้วยนะครับ)


กลอนวันแม่ จากคุณ : surapapi (สมาชิกสนุก!)


———————————————————————————————


 พระคุณของแม่


 พระคุณของแม่พร้อม เสร็จสรรพ


ทุกสิ่งโลกยอมรับ เข่าคู้


น้ำนมแม่มากนับ หยดแน่ แท้นา


ลูกแค่อ้าปากสู้ อิ่มอ้ำ ท้องเฮย


กันลูกไกลชั่วช้า สามาลย์


สอนสู้รู้การงาน เก่งสู้


พระคุณแม่ผสาน เกิดก่อ กรรมดี


ทุกถิ่นชนทุกผู้ เล่ารู้พระคุณ…


 กลอนวันแม่ จากคุณ : surapapi (สมาชิกสนุก!)


———————————————————————————————


ผู้ยิ่งใหญ่ให้ชีวิต


 แม่คือผู้ยิ่งใหญ่ให้ชีวิต


ให้ความคิดให้ความรู้เป็นครูสอน


ให้ปัญญาให้ทรัพย์สินให้กินนอน


เอื้ออาทรปกป้องคุ้มผองภัย


ตั้งแต่เล็กจนใหญ่ไม่ไกลห่าง


ทุกก้าวย่างตามติดคอยชิดใกล้


ไม่เห็นหน้าแม่ร้อนรุ่มเหมือนสุมไฟ


ยามห่างไกลท่านห่วงหาทุกนาที


พระคุณแม่ล้นฟ้ามหาสมุทร


ใหญ่จนสุดเกินจะทำเป็นคำชี้


แม่รักลูกรักเราเท่าชีวี


สิ่งไหนดีแม่ให้ลูกรักผูกพัน


ที่สิบสองสิงหาฟ้าวันแม่


สองตาแลเหลียวมองหาของขวัญ


มะลิน้อยพวงนี้แทนชีวัน


ลูกหมายมั่นมากราบตักรักแม่เอย…


กลอนวันแม่ จากคุณ : surapapi (สมาชิกสนุก!)


———————————————————————————————




กลอน แม่


แม่ คำแรกลูกเพียรหัดออกเสียง


กล่าวถ้อยเพียงวาจาซื่อแสนใส


น้อยคนนักจักคิดทวนความหมายใน


คำเปรี่ยมใจเมตตาเอื้ออาทร


คือผู้ให้ไม่มีที่สิ้นสุด


เปรียบประดุจสายธารแลสิงขร


หล่อเลี้ยงจิตปกป้องภัยไม่แคลนคลอน


คอยพร่ำสอนต้นกล้าน้อยให้เติบโต


กลอนวันแม่ จากคุณ : engineer1987 (สมาชิกสนุก!)


 ———————————————————————————————


กลอน รำลึกพระคุณแม่


"แม่"…เปรียบเป็น เช่นผู้ให้ ชีวิตลูก


 เฝ้าพันผูก ลูกแต่เล็ก ไร้เดียงสา


"แม่"…คือผู้ สรรค์สร้างสิ่ง เพื่อลูกยา


โน้มนำพา สิ่งดีงาม ตามดูแล


"แม่"…เป็นผู้ ประเสริฐนัก ประจักษ์ยิ่ง


หามีสิ่ง ใดเปรียบ เสมอแข


"แม่"…ฉันนั้น เทิดทูนยิ่ง เหนือดวงแด


รักแน่แท้ รักแม่นั้น นิรันดร์กาล


"ลูก"…สำนึก บุญคุณ การุณยิ่ง


ทุกทุกสิ่ง เกินจำนรรจ์ เกินกล่าวขาน


"ลูก"…เรียนรู้ จากครูแม่ แต่บริบาล


เมื่อวันวาน ลูกยังจำ มิลืมเลือน


"ลูก"…ขอมอบ ดอกมะลิ กราบตักแม่


ขอดูแล ให้แม่สุข หาใครเหมือน


"ลูก"…ก้มกราบ ด้วยจิต อย่าบิดเบือน


วันปีเคลื่อน ขอแม่สุข ทุกข์คลาดคลา


" รักแม่ "




คำกลอน และคำอวยพร วันแม่ ให้แม่ 2
— 11 months ago

อีกัวน่า กับอีน่ากลัว…

อีกัวน่า กับอีน่ากลัว…

— 11 months ago

คนละครึ่งหน้า…

คนละครึ่งหน้า…

— 11 months ago

อัลบัมเพลงแรกที่ซื้อ….^_^

อัลบัมเพลงแรกที่ซื้อ….^_^

— 11 months ago

ความหมายและชื่อของประเทศอาเซียน

ความหมายและชื่อของประเทศอาเซียน


1. กัมพูชา : ព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា เปรียะ เรียเจียนาจักร กัมปุเจีย
ความหมาย ชื่อประเทศมาจากภาษาเขมรโบราณ คำว่า Kambuja (Kambujadesa; कम्बोजदेश :”ดินแดนแห่ง Kambuja”)


2. ไทย : ราชอาณาจักรไทย
ความหมาย อิสระ ไม่ตกเป็นทาสใคร ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก และเป็น 1 ในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก เช่นเดียวกับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก

3. บรูไน : อักษรยาวี : بروني دارالسلام อักษรโรมัน : Brunei Darussalamบรูไนดารุสซาลาม
ความหมาย เป็นไปได้ว่ามาจากคำว่า Barunah ซึ่งเป็นภาษามาเลย์แปลว่าสุดยอดหรือเยี่ยมยอด หรือ เป็นชื่อที่ถูกเปลี่ยนในสมัยคริสตศวตรวรรษที่ 14 อาจมาจากคำว่า varunai (वरुण) ที่มีความหมายว่า ชาวเรือทะเล ต่อมาก็กลายเป็นบรูไน ส่วนคำว่าเกาะบอร์เนียวก็มาจากสาเหตุของชื่อประเทศบรูไนเหมือนกันกัน (ประเทศบรูไนตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว) ส่วนคำว่าดารุสซาลาม เป็นภาษาอาหรับหมายถึง ที่พำนักของสันติภาพ

4. เมียนมาร์ :  ปี่เด่าง์ซุ ซามาดา มยะหม่า ไหน่หงั่นด่อ
ความหมาย คำว่ามยะ หมายถึง เร็ว หม่า แปลว่าแข็งแรงทนทาน ส่วนชื่อบะพม่า (พม่า) มาจากภาษาสันกฤษตว่า Brahmadesh (ब्रह्मादेश) แปลว่า ดินแดนของพระพหรม

5. ฟิลิปปินส์ : Pilipinas ปิลิปินัส
ความหมาย ดินแดนของพระเจ้าฟิลิป (พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งสเปนครองราชย์ระหว่าง วันที่ 25 กฎกฏาคม ค.ศ. 1554 – 13 กันยายน ค.ศ. 1598 รวม 44 ปี 50 วัน) ซึ่งสเปนเป็นผู้ยึดครองหมู่เกาะฟิลิปปินส์เป็นเมืองขึ้น และตั้งชื่อเกาะตามพระนามพระเจ้าฟิลิปที่ 2 เพื่อเป็นการให้เกียรติแด่พระองค์

6. มาเลเซีย : Malaysia มาเลเซีย
ความหมาย คำว่ามลายา มาจากภาษาทมิฬ/ สั นสกฤต மலை/मलै (มาเล/มาลัย) แปลว่าเนินเขา และคำว่า ஊர்/उर् ยู/ยา ที่แปลว่าเมือง มลายาจึงมีความหมายว่าเมืองเนินเขา และนำคำว่า ละติน/กรีก คำว่า เซีย -sia/-σία, หมายถึงแผ่นดิน คำว่ามาเลเซียจึงมีความหมายว่าแผ่นดินของชาวมาเลเซีย ชื่อของประเทศมาเลเซียถูกตั้งขึ้นเมือ พ.ศ. 2506 โดยมีความหมายรวมเอาสหพันธรัฐมาลายา สิงค์โปร์ ซาบาห์ ซาราวัก และบรูไนเข้าด้วยกัน คำว่า มาเลเซียนี้เดิมเคยถูกใช้เป็นชื่อเรียกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในส่วนที่เป็นหมู่เกาะมาก่อน ซึ่งปรากฏหลังฐานจากแผนที่ที่ตีพิมพ์ในชิคาโกเมื่อปีพ.ศ. 2457 ในการตั้งชื่อประเทศมาเลเซียนั้นมีการนำเสนอชื่ออื่นๆ มากมาย แม้แต่ชื่อลังกาสุกะ ก่อนที่จะได้ผลสรุปให้ใช้ชื่อมาเลเซีย

7. ลาว : ສາທາລະນະລັດປະຊາທິປະໄຕປະຊາຊົນລາວ สาทาละนะลัต ปะซาทิปะไต ปะซาซนลาว
ความหมาย อาจจมาจากคำอินเดียโบราณว่า lava (लव). (Lava เป็นชื่อลูกแฝดชายของพระราม) หรือมาจากคำว่าอาณาจักร “อ้ายลาว”

8. เวียดนาม : Việt Nam เหวียตนาม
ความหมาย ชื่อประเทศของชาวเวียด ในช่วงที่เวียดนามเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสนั้น เวียดนามีชื่อว่าประเทศอันนัม และได้ชื่อประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อ ปี ค.ศ. 1945 ชาวเวียดนามชอบท่องคำขวัญสมัยใหม่ว่า เสียดนามเป็นชื่อประเทศ มิใช่สงคราม ในภาษษจีน 越 (ภาษาเวียดนามอ่านออกเสียงว่า เหวียต) หมายถึงไกลออกไป ส่วน 南 (เวียดนามออกเสียงว่านาม) หมายถึงทิศใต้ คงหมายถึง ประเทศที่อยู่ทางใต้ของจีนอย่างเวียดนาม

9. สิงคโปร์: Singapura ซีงาปูรา
ความหมาย มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า สิงหะปุระ (सिंगापोर)แปลว่า เมืองสิงโต เดิมมีซีงาปูราชื่อว่า เทมาเส็ก (ทูมาสิค) มีกษัตริย์ปกครอง ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้มีเจ้าผู้ครองนครปาเล็มบังเดินทางแสวงหาดินแดนใหม่เพื่อสร้างเมือง แต่เรือก็อับปางลง พระองค์ได้ว่ายน้ำขึ้นฝั่ง แล้วก็เห็นสัตว์ชนิดหนึ่งมีรูปร่างลำตัวสีแดงหัวดำหัวคล้ายสิงโตหน้าอกขาว พระองค์จึงถามคนติดตามว่า สัตว์ตัวนั้นคืออะไรคนติดตามก็ตอบว่ามันคือ สิงโต พระองค์จึงเปลี่ยนชื่อเทมาเส็กเสียใหม่ว่า สิงหปุระ แต่สิ่งที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นที่จริงแล้วมันคือเสือพื้นเมืองต่างหาก ต่อมาสิงหปุระก็ได้ตกเป็นของสุลต่านแห่งมะละกา ส่วนซีงาปูรา เป็นภาษามาเลย์ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของสิงคโปร์ เรียกประเทศสิงคโปร์

10. อินโดนีเซีย : Indonesiaอินโดเนเซีย
ความหมาย มาจากภาษากรีกคำว่า Ινδόνησιά หมายถึงหมู่เกาะอินเดีย เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นในสมัยคริสตศวตวรรษที่ 19 เพราะชาวยุโรปก่อนหน้านี้เรียกอินโดนีเซียว่า East Indies คืออินเดียตะวันออก


ความหมายและชื่อของประเทศอาเซียน

— 11 months ago

มารยาทในการรับของและการส่งของการรับของจากผู้ใหญ่และการส่งของให้ผู้ใหญ่มารยาทในการรับของและการส่งของการรับของจากผู้ใหญ่และการส่งของให้ผู้ใหญ่

การรับของจากผู้ใหญ่และการส่ง…View Post

มารยาทในการรับของและการส่งของการรับของจากผู้ใหญ่และการส่งของให้ผู้ใหญ่

มารยาทในการรับของและการส่งของการรับของจากผู้ใหญ่และการส่งของให้ผู้ใหญ่

การรับของจากผู้ใหญ่และการส่ง…

View Post

— 11 months ago

การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ วีดีโอ



การกราบพระ แบบ เบญจางคประดิษฐ์


การกราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ เป็นการกราบที่แสดงความเคารพอย่างสูงสุด ต่อบุคคลที่ควรเคารพนับถือสูงสุด ซึ่งก็คือพระนั่นเอง เบญจางคประดิษฐ์ แปลว่า ตั้งไว้เฉพาะซึ่งองค์ห้า โดยเบญจ ซึ่งแปลว่า ๕ นั้น หมายถึง อวัยวะทั้ง ๕ อันได้แก่ หน้าผาก มือทั้งสอง และเข่าทั้งสอง โดยอวัยวะที่ว่านั้น เวลากราบจะต้องจรดลงให้ติดกับพื้น ซึ่งท่านี้จะปฏิบัติแตกต่างกันใน หญิง และ ชาย

สำหรับชายนั้น ให้ปฏิบัติ ดังนี้


ท่าเตรียม ท่าเตรียมของชายนั้น จะเรียกว่า ท่าเทพบุตร

ท่าเทพบุตร นั่ง คุกเข่าปลายเท้าตั้ง นั่งบนส้นเท้า ไม่นั่งบนเท้า แบบนั่งญี่ปุ่นนะครับ มือทั้งสองวางบนหน้าขาทั้งสองข้าง นิ้วมือแนบชิดติดกัน ส้นเท้าไม่แบะออก

จังหวะที่ ๑: อัญชลี ยกมือขึ้นประนมมือระหว่างอก ปลายนิ้วชิด เบนออกจากตัวพอประมาณไม่กางศอก

จังหวะที่ ๒ : วันทา ยกมือขึ้น นิ้วหัวแม่มือจรดหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้จรดกลางหน้าผาก พร้อมกับค้อมศีรษะลง

จังหวะที่ ๓ : อภิวาท ทอดมือลงกราบ ให้มือและแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกัน ห่างกันเล็กน้อยพอให้หน้าผากจรดพื้นระหว่างมือได้ โดยศอกทั้งสองข้างต่อเข่า ขนานไปกับพื้น หลังไม่โก่ง หรือ ก้นไม่โด่งจนเกินงาม


การกราบจะกราบ ๓ ครั้ง เมื่อครบสามครั้ง ยกมือขึ้นจบ โดยให้นิ้วหัวแม่มือจรดหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้จรดหน้าผาก แล้วปล่อยมือลง



สำหรับหญิงนั้น ให้ปฏิบัติ ดังนี้


ท่าเตรียม ท่าเตรียมของหญิงนั้น จะเรียกว่า ท่าเทพธิดา


ท่าเทพธิดา นั่งคุกเข่าปลายเท้าราบ นั่งบนส้นเท้า มือทั้งสองวางบนหน้าขาทั้งสองข้าง นิ้วมือแนบชิดติดกัน ปลายเท้าไม่แบะออก


จังหวะที่ ๑: อัญชลี ยกมือขึ้นประนมมือระหว่างอก ปลายนิ้วชิด เบนออกจากตัวพอประมาณไม่กางศอก

จังหวะที่ ๒ : วันทา ยกมือขึ้น นิ้วหัวแม่มือจรดหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้จรดกลางหน้าผาก พร้อมกับค้อมศีรษะลง


จังหวะที่ ๓ : อภิวาท ทอดมือลงกราบ ให้มือและแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกัน ห่างกันเล็กน้อย พอให้หน้าผากจรดพื้นระหว่างมือได้ โดยศอกทั้งสองข้างคร่อมเข่าเล็กน้อย


การกราบจะกราบ ๓ ครั้ง เมื่อครบสามครั้ง ยกมือขึ้นจบ โดยให้นิ้วหัวแม่มือจรดหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้จรดหน้าผาก แล้วปล่อยมือลง


— 11 months ago